วช.ทุ่ม 60 ล้านจัด SMEs น็อกเอาต์

              

         ยังเป็นปัญหาจนถึงปัจจุบันนี้ ถึงงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ที่นักประดิษฐ์จากหน่วยงานต่าง ๆ พยายามอย่างมากที่จะพัฒนาไปสู่เชิงพาณิชย์ให้ได้ แต่ก็ยังติดปัญหาหลายประการ ศ.น.พ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ ประชาชาติธุรกิจ นิวบิซ ถึง 5 แนวทางในการผลักดันสิ่งประดิษฐ์ไปสู่เชิงพาณิชย์ "ในส่วนนี้เรามีการส่งเสริมในเรื่องการปรับรูปแบบ ทั้งรูปลักษณ์ ฟังก์ชั่น เพื่อให้ใช้งานได้จริง ที่เห็นชัดคือผลงานในปีนี้ ดีขึ้นกว่าเดิมมาก จากการที่เราร่วมกับภาคเอกชน อย่างเช่น สมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย เข้ามาช่วยชี้แนะผลงานตามแบบที่ตลาดต้องการ" บางครั้งผลงานสิ่งประดิษฐ์อาจจะ ไม่ได้ สร้างกำไรมาก แต่ได้กำไรในรูปแบบของการกินดีอยู่ดีของชุมชน เช่น ในงานที่ผ่านมามีสิ่งประดิษฐ์เพื่อคนพิการอยู่จำนวนมาก อย่างเช่นเครื่องมือเพื่อคนตาบอดที่ใช้ไม้เท้าเดิน เมื่อ 10 ปีที่แล้วตอนนี้ก็จะยังใช้อยู่ หรือในงานวันสิ่งประดิษฐ์ที่ผ่านมา เรามีการผลิตอุปกรณ์ที่ติดกับแว่นตาสามารถจะบอกได้ว่า สิ่งกีดขวางอยู่ ซ้ายหรือขวา ทุกอย่างต้องมีการพัฒนาขึ้น หรือปีก่อนนี้ เรามีเครื่องช่วยฟังสำหรับคนพิการทางหูที่คนไทยทำเองได้ โดย การผลิตแบบนี้จึงจะขายได้และยืนอยู่ได้ ยังมีสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ เช่นเครื่องพยุงขาโรคพาร์กินสัน สำหรับคนเดินไม่ได้ ถึงแม้เป็นต้นแบบ แต่เป็นความคิดที่ดี ส่วนสิ่งประดิษฐ์ที่เราตั้งความหวังไว้มาก คือ สิ่งประดิษฐ์ช่วยอุตสาหกรรมเกษตร สินค้าอาหาร เพราะเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ส่งออก ถ้าเราส่งออกปกติ ระยะทาง โลจิสติกส์ ทำให้คุณภาพสินค้าแย่ลง เราเองก็มีสิ่งประดิษฐ์หลายอย่าง ที่ทำให้ผลไม้สุกช้าลง หากเราจะส่งไปเมืองจีน เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้ ทุเรียน รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยยืดอายุผลไม้
ในส่วนที่ 2 การประดิษฐ์ออกมานั้นยาก แต่การที่จะทำให้สิ่งประดิษฐ์นั้นกลายเป็นสินค้าและบริการยากกว่า เพราะเราต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ใช้ เช่น ระยะที่ผ่านมาเราได้ส่งเสริมสนับสนุนงานประดิษฐ์ที่เป็นรูปธรรม ต้องปลอดภัยและได้มาตรฐาน ไม่ใช่แค่ชิ้นเดียวแต่ต้องสามารถที่จะทำในระดับพันชิ้นหมื่นชิ้นก็ต้องมีมาตรฐานด้วยทาง วช.ร่วมมือกับทางสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาโรงงานต้นแบบเป็นรายอุตสาหกรรม ในส่วนนี้ วช.ยังร่วมกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เพื่อการต่อยอดด้านการตลาด ส่วนทาง สวทช.จะส่งเสริมเชิงเทคนิค

ส่วนที่ 3 คือเข้าไปร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาระบบนวัตกรรม มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  เป็นประธาน ผมบอกท่านไปว่า สิ่งที่ขาดอีกอย่างคือการกระตุ้นจากภาครัฐ ภาครัฐต้องกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และให้ภาครัฐซื้อสินค้าบริการที่ผลิตด้วยฝีมือคนไทย

ส่วนที่ 4 ปีนี้ในแง่ธุรกิจเรากำลังจะทำเอสเอ็มอี น็อกเอาต์แบบเดียวกับเกมโชว์ เรามี 30 รางวัล รวม 60 ล้านบาท รางวัลละ2 ล้านบาท โดยความ ร่วมมือระหว่าง วช. สนับสนุน 30 ล้านบาท และ สนช. สนับสนุน 30 ล้านบาท

สำหรับผู้ชนะหรือผ่านการคัดเลือกวช. จะให้การสนับสนุน 1 ล้านบาท เพื่อทำต้นแบบ และ สนช.จะสนับสนุนอีก 1 ล้านบาท เพื่อจัดทำแผนธุรกิจ เราจะมีคณะกรรมการ และผู้ชมที่ช่วยตัดสินด้วยว่าของจะขายได้หรือไม่ ไม่ใช่แค่วิชาการ คนใช้ก็ต้องเห็นเราทำเสร็จแล้วมาขาย คือการสร้างตลาด มีคนอยากร่วมลงทุน ธุรกิจไปได้ขั้นตอนก็คือ หากเขามีสิ่งประดิษฐ์ผลงานอะไร นำเสนอเข้ามา เรามองว่า 1. มันต้องดีกว่าเดิม 2.ปลอดภัย 3.มีการตลาดอย่างไร ในการจับคู่ร่วมกันระหว่างนักวิชาการ นักประดิษฐ์ กับบริษัทที่สนใจ ตัวเงินดูเหมือนจำนวนมาก แต่ไม่มากอย่างที่คิด   แค่ทำให้ผู้ประกอบการสตาร์ตอัพได้เท่านั้น

สุดท้ายเรื่องการสื่อสาร เราจัดงาน 5 วันแล้วก็หายไป ปีก่อน ๆ วช.บันทึกเก็บไว้เฉย ๆ แต่ปีนี้เราบันทึกใส่ YouTube กว่า 100 ผลงานกระจายไป เช่น กระติ๊บไฟฟ้า เครื่องแกะหอยขม เครื่องปลอกผลไม้ ฯลฯ คนดูชอบหรือไม่ก็ติดต่อมา การใช้สื่อแบบนี้จะทำให้คนเห็นมากขึ้น โอกาสการลงทุนก็มากขึ้น
 
แหล่งที่มา : 2558. ดัน 30 สิ่งประดิษฐ์สตาร์ตอัพวช.ทุ่ม 60 ล้านจัด SMEs น็อกเอาต์. ประชาชาติธุรกิจ. ฉบับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558, หน้า 21

บริการที่แนะนำ